กาฬสินธุ์ตั้งรางวัลคนแจ้งเบาะแสโจรแสบฉกกระเป๋าสองแม่ลูกนอนเฝ้าไข้กลางวันแสก ๆ หนีลอย

สองแม่ลูกชาวตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งรางวัลผู้แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมคนร้ายขับรถเก๋งเข้ามาขโมยกระเป๋าหน้าบ้านพักได้ทรัพย์สินทองคำและเงินสดกว่า 3 แสนบาทหลบหนี ขณะที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ยังคงเร่งติดตามตัวคนร้าย

จากกรณีคนร้ายแต่งตัวดีขับรถเก๋งมาจอดหน้าบ้านเลขที่ 165 ม.5 บ้านดงสวาง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์แล้วเดินลงมาขโมยกระเป๋าของนางวิไล พรมพิลา อายุ 59 ปี และนางปัทมา หกลา อายุ 40 ปี สองแม่ลูก ซึ่งมีอาชีพแม่ค้าขายของในตลาดสดทุ่งนาทองขณะกำลังนอนหลับที่ศาลาหน้าบ้านพัก ได้ทรัพย์สินสร้อยคอทองทำน้ำหนัก 3 บาท 2 เส้น สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น จี้พระทองคำหนัก 50 สตางค์ 1 องค์ เงินสดอีกกว่า 45,000 บาท และเอกสารต่างๆรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาทแล้วเดินขึ้นรถหลบขับหนีไป โดยภาพกล้องวงจรปิดหน้าบ้านผู้เสียหายจับภาพใบหน้าและพฤติกรรมคนร้ายได้อย่างชัดเจน เหตุเกิดเมื่อเวลา 12.23 น.วันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2563 นางปัทมา หกลา อายุ 40 ปี กล่าวว่า สำหรับตนเองนั้นป่วยโรคไตวายต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็เพิ่งผ่าตัดมาและอยู่ระหว่างการฟักฟื้น ส่วนเงินและทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปนั้น เป็นเงินที่ตนและแม่ ทำมาค้าขาย เก็บหอมรอมริบเกือบทั้งชีวิต และเป็นเงินที่จะต้องเอาไปจ่ายค่าสินค้า อาหารที่นำมาขาย และเตรียมเอาไว้จ่ายค่าเทอมให้ลูกชาย ส่วนหนึ่งก็จะเก็บเอาไว้รักษาตัว แต่ก็มาถูกคนร้ายขโมยไปทั้งหมด ต่อไปก็คงไม่มีเงินไปรักษาตัว รู้สึกเสียใจอย่างมาก และคงต้องไปยืมญาติพี่น้องมาใช้จ่ายไปก่อน ภาวนาให้เจ้าหน้าที่จับคนร้ายมาโดยเร็ว ซึ่งตนและแม่อยากวอนประชาชนที่ติดตามข่าวสาร จะทางไหนก็ตาม หากพบเห็นบุคคลดังกล่าวให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ทั้งนี้หากมีการแจ้งเบาะแสนำไปสู่การติดตามจับกุมตัวคนร้าย และได้ทรัพย์สินคืนมา ตนและแม่คิดว่าจะมอบสินน้ำใจผู้แจ้งตามความเหมาะสม แต่ก็ต้องดูว่าหากติดตามตัวคนร้ายได้แล้วจะเหลือทรัพย์สินมากน้องเพียงใด ซึ่งเบื้องต้นกำหนดไว้ 10,000 บาท

ด้าน นางวิไล พรมพิลา อายุ 59 ปี กล่าวว่า ปกติแล้วตนจะไม่ค่อยนอนกลางวันอยู่หน้าบ้าน แต่วันเกิดเหตุรู้สึกเมื่อยล้าจากการไปขายของที่ตลาด จึงนอนเป็นเพื่อนลูกสาว ไม่คิดว่าจะมีคนร้ายบุกเข้ามาถึงหน้าบ้านขโมยเอาเงินและทรัพย์สินของตนและลูกสาวไปจนหมดรวมกว่า 3000,000 บาท เหลือเงินติดกระเป๋าอยู่เพียง 40 บาท ต้องไปยืมเงินญาติพี่น้องไปจ่ายหนี้ร้านค้าค่าข้าวของที่ตนนำมาขายไปก่อน จึงเดือดร้อนอย่างมาก และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามจับกุมคนร้ายโดยเร็ว เพราะคาดว่าคนร้ายน่าจะรู้การเคลื่อนไหวของตนเป็นอย่างดีจึงได้รู้ว่าตนมีทรัพย์สินเอาไว้ในกระเป๋า ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดกลับไปตรวจสอบแล้ว พร้อมกับนำใบหน้าของคนร้ายไปเทียบเคียงกับประวัติกลุ่มบุคคลที่เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกัน และกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนติดตามตัวคนร้ายดำเนินคดี ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียง

Share via
Copy link
Powered by Social Snap