กาฬสินธุ์พบคลัสเตอร์นักโทษติดเชื้อเรือนจำโครงสร้างเบาโคกคำม่วง 16 ราย

กาฬสินธุ์งานเข้าพบคลัสเตอร์ในเรือนจำโครงสร้างเบาโคกคำม่วง เบื้องต้นมีผู้ต้องขังรอการพิสูจน์ติดเชื้อโควิดแล้ว 16 ราย เจ้าหน้าที่เร่งตรวจคัดกรอง พบกลุ่มเสี่ยงสูงอีกนับร้อย ขณะที่คลัสเตอร์ตั้งวงก๊งเหล้าร้านขายของชำบ้านแกเปะ ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์พบติดเชื้อเพิ่มอีก 10 ราย รวมติดเชื้อ 39 ราย

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2564 ศูนย์อำนวยการต้านโรคโควิด -19 จ.กาฬสินธุ์ รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ล่าสุดพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 45 ราย เป็นการติดเชื้อในจังหวัด 26 ราย ติดเชื้อจากต่างจังหวัด 2 ราย พบเชื้อระหว่างกักตัว 5 ราย และติดเชื้อในเรือนจำหรือที่ต้องขัง 12 ราย หายป่วยวันนี้ 16 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 7,755 ราย หายป่วยสะสม 7,429 ราย กำลังรักษา 272 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 54 ราย

ด้านนายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในจังหวัด เนื่องจากมีผู้เดินทางไปในจังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูงหรือสีแดงเข้มแล้วเดินทางกลับมาไม่ได้เข้าสู่ระบบการกักกันตัว และรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ จึงเป็นการนำเชื้อมาด้วยโดยไม่รู้ตัวสัมผัสใกล้ชิดและแพร่กระจายในชุมชนกลายเป็นคลัสเตอร์กลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ในพื้นที่มาแล้วหลายคลัสเตอร์

สำหรับการตรวจพบคลัสเตอร์ในเรือนจำโครงสร้างเบาโคกคำม่วง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดวันนี้พบผู้ต้องขังที่รอการพิสูจน์ติดเชื้อโควิด19 ยืนยัน 12 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 16 ราย ทั้งนี้จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นพบว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ต้องขังที่รอการพิสูจน์ 1 ราย ถูกส่งเข้าในเรือนจำโครงสร้างเบาโคกคำม่วง โดยผ่านระบบตรวจคัดกรองโรคของเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ตรวจไม่พบเชื้อ คาดว่าขณะตรวจนั้นจะอยู่ระหว่างการฟักตัวของโรค กระทั่งมีการตรวจซ้ำอีกครั้งจนพบเชื้อ และมีการแพร่ระบาด มีผู้ติดเชื้อรวม 16 ราย แต่ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ และนำตัวเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว ทั้งนี้ล่าสุดเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่เรือนจำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจคัดกรองเชิงรุกภายในเรือนจำโครงสร้างเบาโคกคำม่วง เบื้องต้นพบมีกลุ่มเสี่ยงสูงกว่า 100 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจ คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก

อย่างไรก็ตามทางสำนักงานสาธารณสุขจ.กาฬสินธุ์ ได้ประกาศพื้นที่และกิจกรรมเสี่ยง โดยผู้มีประวัติที่เข้าออกหรือมีประวัติใกล้ชิดกับผู้เข้าออกเรือนจำโครงสร้างเบาโคกคำม่วง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 ถึงปัจจุบัน ให้อยู่ที่บ้านสังเกตอาการตนเอง 14 วัน และหากมีอาการให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่และอสม.ทันที

นายแพทย์อภิชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของคลัสเตอร์ใน ต.เชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ที่มีการแพร่ระบาดเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการสอบสวนโรค น่าเชื่อได้ว่าเกิดจากกลุ่มวัยรุ่นที่เดินทางท่องเที่ยว และมีชาวบ้านที่เดินทางจากกรุงเทพฯ มาที่บ้านแกเปะ ไม่เข้าสู่ระบบการกักกันตัว และรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ มีไทม์ไลน์เริ่มที่ร้านขายของชำในหมู่บ้าน และยังเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งวงดื่มสุราใช้แก้วเดียวกัน ทำให้มีการแพร่เชื้อไปในหมู่บ้านและหมู่บ้านข้างเคียงจำนวน 29 รายนั้น ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจคัดกรองเชิงรุกคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงใน ต.เชียงเครือไปแล้วกว่า 1,000 ราย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 10 ราย ทำให้มีผู้ป่วยคลัสเตอร์นี้รวม 39 ราย ทั้งหมดได้เข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว

ทั้งนี้ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ที่จะเดินทางไปธุระ ไปทำงาน หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัด รวมทั้งประชาชนจากต่างจังหวัด ที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ ได้เพิ่มความระมัดระวัง การเดินทางเข้าพื้นที่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง เพื่อทำการคัดกรอง สิ่งสำคัญที่สุด ที่จะสามารถระงับยั้งยั้ง คือมาตรการ D-M-H-T-T ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการครอบจักรวาล และหากเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ต้องเข้าสู่ระบบการกักกันตัว ก็จะเป็นวิธีการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อย่างได้ผลดีที่สุด

Share via
Copy link
Powered by Social Snap