กาฬสินธุ์ตำรวจแจงคลิปแชร์สนั่นโซเชียลชักปืนขู่ 4 โจ๋กลางปั๊มน้ำมัน

สนั่นโลกโซเชียล เหตุมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชักอาวุธปืนออกมาเล็งใส่ 4 วัยรุ่นที่ขับรถกระบะเข้ามาจอดเติมน้ำมันปั๊มใหญ่กลาง อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ พร้อมตะโกนบอกให้ลงมาจากรถ ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะลงมาและร้องท้าให้ตรวจสบายใจ แต่ไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ตำรวจสภ.ห้วยเม็กแจงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นตามยุทธวิธี พบปืนอัดลม 1 กระบอก และ 1 ใน 4 วัยรุ่นเจอข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่ถูกปรับ 300 บาท แต่พบประวัติเคยมีคดีเพียบ

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเรื่องทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ และแชร์สนั่นในโลกออนไลน์ โดยมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์กันเป็นจำนวนมาก กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กระบุชื่อ “เกรียงไกร ไทยอ่อน” และผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกหลายรายได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ชักปืนสั้นประจำกายออกมาในท่าเล็งไปข้างหน้า พร้อมข้อความว่า “มันเกินไปไหมครับ ยาเสพติดก็ไม่มี อาวุธก็ไม่มี ถึงกับใช้ปืนเลยหรอ แค่ไม่มีใบขับขี่” โดยระบุพิกัดสถานที่ ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในเขต อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์

โดยหลังจากภาพและข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป โดยมีผู้เล่นเฟซบุ๊กเข้ามากดไลน์ แสดงความคิดเห็น และแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ ซึ่งมีทั้งระบุว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ และสร้างความตื่นกลัวให้กับผู้พบเห็นเหตุการณ์ รวมทั้งในกลุ่มที่เข้าไปดูในเฟซบุ๊กและกลุ่มไลน์ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่เฟซบุ๊กบอกพิกัดดังกล่าว

จากการพุดคุยกับผู้จัดการและพนักงานสถานีบริการน้ำมันดังกล่าว ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นภาพในโลกโซเชียลเกิดขึ้นจริง โดยเกิดเมื่อวานนี้ คือวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลาประมาณ 13.30 น. ทั้งนี้ ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมัน ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพและสัมภาษณ์ โดยอ้างเหตุผลเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นสถานที่ส่วนบุคคล โดยให้ข้อมูลว่าเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุมคนร้ายหรือดำเนินคดีต่างๆ ก็ควรที่จะเลือกสถานที่ที่เป็นสถานที่ของทางราชการ หรือที่สาธารณะ ไม่ใช่ในบริเวณปั้มน้ำมัน เพราะจะทำให้ผู้มาใช้บริการเติมน้ำมัน และลูกค้าที่เข้ารับบริการร้านสะดวกซื้อตื่นตระหนก เกิดความหวาดระแวง หรืออาจจะเจอลูกหลง หรือทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หากมีเหตุการณ์รุนแรง

จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้สอบถามข้อเท็จจริงกับ พ.ต.ท.สมภาร แสนคำ รองผู้กำกับการ(สอบสวน) สภ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ โดย พ.ต.ท.สมภาร ระบุว่า เหตุดังกล่าว ตามที่ปรากฎในสื่อโซเชียล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก ได้ร่วมกันตรวจค้นรถยนต์ผู้ต้องสงสัยจริง สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากประชาชน ในเขต อ.หนองกุงศรี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับ อ.ห้วยเม็ก ว่า ชายไทย อายุ 30 ปี ชาวบ้านใน ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและพกพาอาวุธปืนไว้กับรถยนต์เป็นประจำ โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู สีเขียว ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ญม 5300 กทม. ซึ่งมักจะเดินทางไปมาระหว่าง อ.หนองกุงศรี-อ.ห้วยเม็ก-อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ และ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น

พ.ต.ท.สมภาร กล่าวอีกว่า กระทั่งเมื่อวานนี้ วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก ได้รับแจ้งว่ารถยนต์ดังกล่าว เข้ามาในพื้นที่ อ.ห้วยเม็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่สวยตรวจได้พบเห็นรถคันดังกล่าว กำลังจะขับเข้าไปเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันดังกล่าว จึงได้ขับรถสายตรวจเข้าไปจอดขวางหน้าไว้ และลงจากรถเพื่อแสดงตัวขออนุญาตตรวจค้น แต่พอคนขับรถคันดังกล่าวเห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจอดขวางและลงจากรถ ก็ขับถอยหลังและทำท่าจะขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงชักปืนออกจากซองพกและชี้ลงพื้น ซึ่งไม่ได้ชี้ไปที่ตัวบุคคลใด ซึ่งเป็นเจตนาป้องปรามเพื่อไม่ให้เกิดการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ.ต.ท.สมภาร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจดึงปืนพกออกมาจากซองเอว คนขับรถและผู้โดยสารจำนวน 4 คนจึงได้ลงจากรถ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะวิทยุเรียกกำลังสนับสนุนอีก 10 นายร่วมตรวจค้น ซึ่งก่อนทำการตรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ ให้ผู้ถูกตรวจค้นพอใจ จึงทำการตรวจค้น ขณะที่วันรุ่นทั้ง 4 คนได้ตะโกนร้องท้าเจ้าหน้าที่ว่าขอให้สบายใจได้ ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายในรถ ทั้งนี้ผลการตรวจค้น พบปืนอัดลมหรือสิ่งเทียมอาวุธปืน (ปืนพลาสติก) แบบออโตเมติค สีสแตนเลส อยู่ใต้เบาะนั่งคนขับ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

พ.ต.ท.สมภาร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามคนขับและบุคคลโดยสารที่มากับรถคันดังกล่าวมี 4 คน หนึ่งในนั้นคือ เยาวชน อายุ 18 ปี เป็นคนขับ ชาวบ้านใน ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ถูกเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับ 300 บาท เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตขับขี่

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัววัยรุ่นทั้ง 4 คนมาพบพนักงานสอบสวนและตรวจสอบประวัติ โดยเบื้องต้นพบประวัตินายอภิเชษฐ์ หรือโอลาย เคยถูกจับกุม โดยเจ้าหน้าที่สำรวจ สภ.ห้วยเม็ก 2 คดี คือความผิดฐานครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และ พรบ.อาวุธปืน เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2556, คดีอาญา ฐานความผิดตาม พรบ.ยาเสพติด ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 และถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกุงศรี ตามคดีอาญาลงวันที่ 7 มิถุนายน 2556 ฐานความผิดตาม พรบ.ยาเสพติด

สำหรับนายนรินทร์ อาจดวงดี ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจตรวจค้นบ้านพักมาแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจากมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด ขณะที่เยาวชนอายุ 18 ปี เป็นคนขับ ถูกเปรียบเทียบปรับในครั้งนี้ 300 บาท ฐานไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ส่วนปืนอัดลม ไม่มีใครอ้างตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงอายัดไว้ ป้องกันการนำไปพกพา และอาจจะทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นตกใจตื่นกลัวได้

Share via
Copy link
Powered by Social Snap