ตื่นตระหนก! คิดว่าไฟไหม้บ้าน ที่แท้เอกชนเผายางรถยนต์

[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=6cgvTDw0eGE[/embedyt]

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองริวหนัง ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พบกลุ่มควันจำนวนมากทำให้ประชาชนตื่นตระหนกเกรงว่าไฟไหมบ้าน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่า เป็นการจุดเผายางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้วของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง จึงทำมีกลุ่มควันจำนวนมากลอยขึ้นตามทิศทางลม

สำหรับสารพิษและอันตรายที่อาจเกิดจากการเผายางรถยนต์ อาจส่งผลให้ประชาชนโดยรอบได้รับผลกระทบ ดังนี้

1. คาร์บอนมอนนอกไซด์ (CARBON MONOXIDE) เป็นแก๊สพิษที่มีอันตรายอย่างสูงต่อคน และเกิดขึ้นได้มากในกรณีที่มีการเผาไหม้ในบริเวณที่จำกัด มีอันตรายต่อคนคือ ถ้าผสมอยู่ในอากาศคิดเป็นเปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร ถ้าเกิน 0.05% มีอันตราย ถ้ามีอยู่ 0.16% ทำให้หมดสติใน 2 ชั่วโมง ถ้ามีอยู่ 1.26% จะหมดสติภายใน 1-3 นาที ของการหายใจและอาจถึงชีวิตได้ นอกจากความเป็นพิษแล้ว แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ยังเป็นแก๊สเชื้อเพลิงอีกด้วย เมื่อมีความเข้มข้นในอากาศสูงๆ สามารถลุกไหม้และเกิดการระเบิดได้อย่างรุนแรง

2. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CARBON DIOXIDE) เกิดจากการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เป็นเชื้อเพลิงและไม่ก่ออันตรายแก่ร่างกายโดยตรง แต่ถ้าแก๊สนี้มีความเข้มข้นในอากาศเกินกว่า 5.0% โดยปริมาตรขนาดนี้ จะมีอันตรายและทำให้ผู้สูดดมหมดสติได้

3. แก๊สไฮโดรเจนไซยาไนต์ (HYDROGEN CYANIDE) เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. (part per million) จะมีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที แก๊สนี้เกิดจากการเผาไหม้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีองค์ประกอบของสารคลอรีน เช่น พลาสติก ยาง เส้นใย ขนสัตว์ หนังสัตว์ ไม้ ผ้าไหม และเป็นสารที่พบได้ในควันที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เป็นแก๊สที่เบากว่าอากาศ จึงมีอันตรายมากในการเผาไหม้ในอาคารหรือบริเวณที่จำกัด

4. แก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ (HYDROGEN SULFIDE) เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของวัสดุพวก ยาง พรม ไม้ ขนสัตว์ หรือวัสดุอื่นใดที่มีกำมะถันผสมอยู่ เป็นแก๊สที่มีอันตรายมาก เพียง 400-700 ppm.ในอากาศถ้าได้รับนาน 30-60 นาที ทำให้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นแก๊สเชื้อเพลิงที่ลุกติดไฟได้อีกด้วย แต่ไม่ถึงกับทำให้เกิดระเบิด มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า มักจะเรียกว่า “แก๊สไข่เน่า” มีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ได้มาก

5. แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SULFUR DIOXIDE) เกิดจากการเผาไหม้สมบูรณ์ของกำมะถัน (ซัลเฟอร์หรือ Sulfur) ในอากาศ เป็นแก๊สพิษความเข้มข้นเพียง 150 ppm. ในอากาศใช้สังหารคนได้ในเวลา 30-60 นาที เมื่อผสมกับน้ำหรือความชื้นที่ผิวหนังจะเกิดกรดกำมะถัน (กรดซัลฟิ วริก, H2SO4) ซึ่งมีฤทธิ์กัดอย่างรุนแรง ผู้ได้รับแก๊สนี้จึงมีอาการสำลักและหายใจไม่ออกอย่างฉับพลัน

6. ออกไซด์ของแก๊สไนโตรเจน (OXIDE OF NITROGEN) ได้แก่ แก๊สไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide,NO) ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide, N2O) และไดไนโตรเจนเตตระออกไซด์ (Dinitrogen tetroxide,N2O4) เกิดจากกากรเผาไหม้พวกไม้ ขี้เลื่อย พลาสติก ยางที่มีไนโตรเจนผสมสีและแลคเกอร์บางชนิดปริมาณ 100 ppm. ในอากาศทำให้เสียชีวิตได้ใน 30 นาที

7. ไอโลหะ (METAL FUMES) คือ ไอของโลหะหนักต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อโลหะนั้นได้รับความร้อนสูงเช่น ไอปรอท ไอตะกั่ว ไอสังกะสี ไอดีบุก ซึ่งในการเผาไหมของยางรถยนต์จะทำให้เกิดการเผาไหม้ของลวดและใยเหล็กที่เป็นส่วนประกอบในเส้นยางอยู่ด้วย

8. เขม่าและควันไฟ (SOOT AND SMOKE) เขม่า คือ ก้อนหรือเศษของวัสดุที่ยังเผาไหม้ไม่หมด จะมีลักษณะเป็นผงหรือละออง ส่วนควันไฟ เป็นสารผสมระหว่างเขม่า ขี้เถ้า และวัสดุต่าง ๆ ที่เกิดจากกองเพลิง รวมทั้งพวกแก๊สและไอต่างๆด้วย ผลของเขม่าและควันไฟ คือทำให้ผู้สูดดม สำลัก อาจถูกเผาที่ผิวหน้าหรือตามตัว และทำให้ระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะ “ปอด” เสื่อมประสิทธิภาพในการทำงานลง หลอดลมจะเกิดการอักเสบ และยังเป็นตัวกระตุ้นการเกิดหอบหืดถุงลมโป่งพองได้อีกด้วย

9. ไดออกซิน-ฟิวแรน (DIOXINS-FURANS) เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น การเผายาง จะทำให้เกิดสารพิษไดออกซิน (Polychlorinated dibenzo-para-dioxins, PCDDs) และ ฟิวแรน (Polychlorinateddibenzofurans, PCDFs ) ซึ่งเป็นสารพิษที่ไม่สามารถมองเห็น หรือสังเกตได้ด้วยตาเปล่า หากร่างกายได้รับสารพิษอย่างต่อเนื่อง ระยะแรก จะเกิดพิษเฉียบพลัน มีอาการผิวหนังไหม้ดำ เป็นผื่น เยื่อบุตาอักเสบ มีอาการปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย แต่หากได้รับเป็นระยะเวลานานๆ จะกระทบต่อระบบประสาท และส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งผลให้ระบบสืบพันธุ์ชาย อัณฑะมีรูปร่างผิดปกติ การสร้างเชื้ออสุจิลดลง ส่วนผู้หญิง จะทำให้ทารกในครรภ์ผิดปกติ รังไข่ผิดปกติ แท้งลูกได้ง่าย รวมถึงทำให้ทารกที่เกิดมามีรูปร่างผิดปกติ และพัฒนาการทางสติปัญญาช้า และอาจก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้

ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

4,166 total views, 3 views today

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed

Don`t copy text!
0 Shares
Share via
Copy link
Powered by Social Snap