รวบแล้วโจ๋วัย 19 มือฟันคอหนุ่มกาฬสินธุ์หวิดขาด สืบประวัติพัวพันยาเสพติด

ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามรวบโจ๋วัย 19 ปี พร้อมของกลางมีดพร้ายาว 13 นิ้ว ที่ใช้ฟันคอหนุ่มแฟนคลับหมอลำได้รับบาดเจ็บสาหัส พบประวัติโชกโชนเกี่ยวข้องยาเสพติด แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ ด้านผู้กำกับ สภ.ห้วยเม็กยืนยันทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เหตุที่ตามจับผู้ต้องหาช้าเพราะรวบรวมพยานหลักฐานก่อนขอหมายศาลตามรวบ

จากกรณีญาติเหยื่อเคราะห์ร้ายในงานแสดงหมอลำที่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายด้วยการใช้มีดฟันคอหวิดดับ โพสต์ภาพสุดสยองเป็นคนไข้นอนบนเตียง ในสภาพร่างกายมีรอยเย็บตั้งแต่ใบหูถึงต้นคอ ร้องขอความเป็นธรรม หลังแจ้งความนานกว่าเดือนเศษแต่คดีไม่คืบ ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่กองบังคับการสถานีตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ประยุทธ์ อรัญโชติ ผกก.สภ.ห้วยเม็ก ได้เข้ารายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวกับ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ โดยเบื้องต้นแจ้งว่า ในช่วงตอนเย็นวานนี้ (4 ส.ค.62) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก ได้นำหมายศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าทำการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วที่บ้านพัก โดยเป็นเยาวชนชาย อายุ 19 ปี ชาวบ้านหนองบัว ต.บึงนาเรียง อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางเป็นมีดพร้ายาวจากด้ามถึงปลาย 13 นิ้ว โดยหลังก่อเหตุได้นำไปซ่อนในกระท่อมหน้าบ้าน ทั้งนี้ จากการสอบประวัติ พบว่าเคยเสพยาบ้ามาก่อน

พ.ต.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนชาย อายุ 19 ปี ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัว โดยเก็บข้อมูลหลักฐานจากภาพในกล้องวงจรปิดและพยานบุคคล ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏในภาพ ถือวัตถุลักษณะด้ามยาวเดินไปเดินมาที่แสดงในกล้องวงจรปิด จากนั้นขอหมายศาลจังหวัดกาฬสินธุ์จับกุม ทั้งนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้น ยังให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เช่น เสื้อผ้า หรือชุดที่สวมใส่ในคืนก่อเหตุ และเรียกพยานแวดล้อมมาทำการสอบปากคำต่อไป ทั้งนี้ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“ส่วนที่ยังไม่เรียกตัววัยรุ่นคนก่อเหตุมาดำเนินคดีนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยเม็ก ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เนื่องจากเป็นการก่อเหตุในยามวิกาล และขณะเกิดเหตุมีคนพลุกพล่านกันมาก ต้องใช้ความระมัดระวังและคัดกรองพยานบุคคล รวมทั้งพยานแวดล้อมอื่นๆประกอบคดี เพื่อตัดบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุออกไป เพื่อที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากการที่จะต้องถูกเรียกตัวมาสอบปากคำ โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบลงพื้นที่หาข่าว และนำข้อมูลประกอบกับภาพบุคคลที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ซึ่งทุกขั้นตอนต้องทำอย่างรัดกุม” พ.ต.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่สุด

ขณะที่นายกุหลาบ ภูนิคม ญาตินายวีระพงษ์ ภูนาสูง ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเราผู้เสียหายได้มาแจ้งความและติดตามความคืบหน้าหลายครั้ง เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและผู้ลงมือก่อเหตุหลบหนี โดยที่ผ่านมาได้เข้ามาติดตามสอบถามความคืบหน้าครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ครั้งที่ 2 วันที่ 22 ก.ค.ครั้งที่ 3 วันที่ 2 ส.ค.แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ทั้งที่มีพยานบุคคลและบุคคลภาพจากกล้องวงจรปิดขณะก่อเหตุอย่างชัดเจน

นายกุหลาบกล่าวอีกว่า เมื่อยังไม่มีความคืบหน้าดังกล่าว จึงได้พานายวีระพงษ์ผู้บาดเจ็บ รวมทั้งกลุ่มหลานชาย 10 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์และเห็นนายวีระพงษ์ถูกทำร้าย เข้ามาติดตามความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี และพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม เพิ่งทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวคนก่อเหตุได้แล้ว ก็รู้สึกดีใจ ถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ให้พบตัว แต่เชื่อว่าจะไม่จับผิดตัว และดำเนินคดีกับคนที่ลงมือกระทำอย่างหนัก เพื่อให้เข็ดหลาบ ทั้งนี้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม จะเดินหน้าร้องทุกข์และขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ต่อไป

ด้านนายวีระพงษ์ ภูนาสูง ผู้เคราะห์ร้ายและบาดเจ็บ ถูกวัยรุ่นใช้อาวุธมีคมฟันคอหวิดขาด กล่าวว่า สำหรับตนพร้อมที่จะให้อภัยวัยรุ่นที่ลงมือ และจะไม่ผูกใจเจ็บ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และขอให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชนทั่วไป ที่มีบุตรหลานที่เป็นวัยรุ่น คึกคะนอง ได้เฝ้าระวังพฤติกรรม โดยเฉพาะในงานบุญ มีมหรสพสมโภช เพราะทุกวันนี้ปัญหาสังคมและวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เจ็บตัวหรือเสียชีวิตอย่างไร้ค่า สิ่งที่อยากจะขอร้องคือให้ความเป็นธรรมกับตนผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ผิดว่าไปตามผิด

5,550 total views, 18 views today

Facebook Comments

You may have missed

Don`t copy text!
0 Shares
Share via
Copy link
Powered by Social Snap