กฬสินธุ์สลด 18 ล้อฝ่าไฟแดงชนแล้วหนีจุดธูปบอกวิญญาณตามล่า

สุดสลด แม่บ้านสนามกอล์ฟบึงอร่ามอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ขี่ จยย.จะไปซื้อกับข้าว ถูกรถพ่วง 18 ล้อซิ่งฝ่าไฟแดงชนเสียชีวิตคาที่ ก่อนขับหนีลอยนวล ขณะที่ ตำรวจยังมืดแปดด้าน ตามจับคนขับไม่ได้เพราะกล้องวงจรปิดเสีย ใช้งานไม่ได้ สุดท้ายพ่อพาลูกสาวจุดธูปบอกวิญญาณตายโหงแม่ ตามล่าโชโฟอร์ตีนผีชดใช้บาปกรรมที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าว จ.กาฬสินธุ์แจ้งว่า ตามที่อาสาสมาคมกู้ภัยสามัคคีกาฬสินธุ์ ได้แชร์ภาพและข้อความในกลุ่มไลน์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 เวลา 09.59 น.ว่าได้เกิดเหตุรถ 10 ล้อพ่วงท้าย ชนรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี บริเวณสี่แยกไฟแดงยางตลาด ตรวจสอบพบ ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายเป็นหญิงทราบชื่อนางอรุณ ภูแข็ง อายุ 45 ปี ชาวบ้านขาม มีเลือดออกบริเวณหู จมูก ท้ายทอย และไม่มีชีพจร อาสาสมาคมกู้ภัยสามัคคีกาฬสินธุ์ ร่วมกับกู้ภัยร่วมใจ ได้ช่วยเหลือพร้อมนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ยางตลาด แต่ไม่เป็นผลและเสียชีวิตคาที่ จึงได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้แก่ญาติเพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดสามัคคีบ้านขาม ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา

ต่อมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อวิทยา บุญตาโลก ซึ่งเป็นนายก อบต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และผู้อำนวยการศูนย์ยุติธรรม ต.คลองขาม ได้โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้รับการร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือจาก น.ส.อรอุมา มิ่งขวัญ อายุ 15 ปี และ น.ส.รุ่งธิวา มิ่งขวัญ อายุ 16 ปี 2 พี่น้อง ที่สูญเสียแม่คือนางอรุณ ภูแข็ง จากอุบัติเหตุถูกรถพ่วง 18 ล้อชนเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับคนขับมาดำเนินคดี เนื่องจากรถพ่วงคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปตั้งแต่หลังเกิดเหตุ และกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบริเวณสี่แยกดังกล่าวไม่สามารถจับภาพไว้ได้ เพราะกล้องชำรุดเสียหาย จึงได้โพสต์ภาพงานศพและข้อความประกาศผ่านเฟซบุ๊ก ให้โลกออนไลน์ช่วยแจ้งเบาะแส ติดตามโชเฟอร์ตีนผีมาดำเนินคดี เนื่องจากสงสารครอบครัวนางอรุณ ผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะฐานะยากจน โดยเฉพาะทำให้ลูกสาว 2 คน ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 และ ม.4 ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า จึงอยากให้โลกออนไลน์และเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนขับรถพ่วงมรณะ มาดำเนินคดีด้วย
ทั้งนี้ หลังจากที่สมาคมกู้ภัยสามัคคีกาฬสินธุ์และนายวิทยา บุญตาโลก ได้แชร์และโพสต์ภาพพร้อมข้อความในกลุ่มไลน์และเฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีคนเข้ามากดไลค์กดแชร์และคอมเม้นท์เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายความเห็นได้ตำหนิระบบการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่บริเวณสี่แยกดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบ เร่งดำเนินการปรับปรุงโดยเร็ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกจะได้มีภาพเป็นหลักฐานติดตามตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีผู้แสดงความสงสารเด็กสาวทั้งสองที่กำลังเรียนหนังสือ และสูญเสียแม่ที่เป็นเสาหลักไป

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางเข้าสอบถามข้อเท็จจริงที่บ้านขาม เลขที่ 200 หมู่ 1 ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โดยเป็นบ้านของนายสมบูรณ์ ภูแข็ง ซึ่งเป็นพี่ชายของนางอรุณผู้ตาย พบนายสงัด ภูสิงห์ ผญบ.บ้านขาม หมู่ 1 นายตะวัน มิ่งขวัญ สามีนางอรุณ พร้อมด้วยญาติพี่น้อง และชาวบ้าน กำลังนั่งวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า

นางดวงฤดี ภูพิพัฒน์ บ้านเลขที่ 95 หมู่ 1 บ้านขาม ต,คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ญาตินางอรุณกล่าวว่า เหตุการณ์นางอรุณถูกรถพ่วง 18 ล้อชนเสียชีวิต ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงยางตลาด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 09.59 น. ตามที่กู้ภัยสามัคคีกาฬสินธุ์ขึ้นวิทยุ ซึ่งเกิดเหตุขณะกำลังขับจักรยานยนต์ฮอนด้า สีน้ำตาล-ดำ หมายเลขทะเบียน จษว 840 ชลบุรีผ่านสี่แยกเพื่อไปซื้อกับข้าว กลับถูกรถพ่วง 18 ล้อ ที่มุ่งหน้ามาจากทาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งจะตรงไปทางตัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ชนเสียชีวิตคาที่ ขณะที่รถพ่วง 18 ล้อขับหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งนี้จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่ารถพ่วง 18 ล้อฝ่าไฟแดง

นางดวงฤดีกล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุ ญาติพี่น้องทุกคนต่างรู้สึกช็อค เพราะเป็นการสูญเสียนางอรุณที่เป็นเสาหลักไปอย่างปัจจุบันทันด่วน ทำให้นางนัมภา ภูแข็ง ผู้เป็นแม่ ซึ่งอายุมากแล้ว ทั้งยังมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจและความดัน เกิดอาการกำเริบ โดยเฉพาะสงสารหลานสาว 2 พี่น้องคือน.ส.อรอุมาและ น.ส.รุ่งธิวา ลูกสาวนางอรุณ ที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าแม่ ซึ่งต่อไปนี้ไม่รู้ว่าจะเรียนหนังสือจบหรือไม่ เพราะลำพังรายได้จากการรับจ้างทำงานทาสีของนายตะวัน ผู้เป็นพ่อก็แทบจะไม่พอใช้อยู่แล้ว ไหนจะรายจ่ายค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในครอบครัวอีก ซึ่งญาติๆแต่ละคนก็ฐานะยากจน และก็คงจะช่วยกันประคับประคองไปตามอัตภาพ

ด้านน.ส.รุ่งธิวา มิ่งขวัญ อายุ 16 ปี ลูกสาวนางอรุณกล่าวว่า แม่ทำงานเป็นแม่บ้านที่สนามกอล์ฟบึงอร่าม อ.ยางตลาด ส่วนพ่อไปทำงานรับจ้างทาสีที่กรุงเทพฯ เพราะฐานะยากจน พ่อกับแม่จึงแยกทางกันไปทำงาน เพื่อหาเงินส่งเสียตนและน้องได้เรียนหนังสือ และเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ขณะที่ตนกับน้องไปอาศัยอยู่กับญาติที่ จ.นครพนม ที่ผ่านมาพ่อกับแม่จะสลับกันส่งเงินมาให้ ต่อไปนี้เมื่อสูญเสียแม่ไป ไม่มีใครหาเงินช่วยพ่อ พ่อก็คงจะทำงานหนักมากขึ้น เพื่อส่งเสียตนกับน้องได้มีเงินไปเรียนหนังสือ
“หนูมีความฝันอยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน และไปเรียนด้านภาษาต่างประเทศ ส่วนน้องอยากเรียนช่างเสริมสวย ซึ่งพ่อกับแม่ก็รับปากจะพยายามส่งเสีย แต่ในเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ทำให้ความฝันของหนูกับน้องแทบดับไป ไม่รู้จะได้เรียนต่อหรือไม่ แต่ก็พยายามจะตั้งใจเรียนและทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อแม่จะได้ตายตาหลับ ส่วนคู่กรณีที่ขับรถชนแม่ ก็ขอเอาใจช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี เพื่อที่จะได้มีค่าปรับค่าสินไหม มาชดเชยชีวิตแม่ที่สูญเสียไป และเป็นทุนการศึกษาให้หนูกับร้องได้เรียนหนังสือต่อไป” น.ส.รุ่งธิวากล่าว

ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุ 4 วัน จากการตรวจสอบ กล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกไฟแดงยางตลาดชำรุด ใช้งานไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวคนขับรถพ่วงมาดำเนินคดี และยังไม่มีพยานออกมาแจ้งเบาะแส นายตะวัน มิ่งขวัญ สามีนางอรุณผู้ตาย จึงได้พาลูกสาวกำพร้าแม่ จุดธูปภาวนาต่อหน้าภาพถ่ายนางอรุณ เพื่อติดตามคนขับรถพ่วงให้มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ นายตะวัน ยังจะได้พาลูกสาวกำพร้าแม่ ไปติดตามขอทราบความคืบหน้าการติดตามคนขับรถพ่วง 18 ล้อคู่กรณี จากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ที่สภ.ยางตลาดอีกครั้งหนึ่ง

24,444 total views, 3 views today

Facebook Comments

You may have missed

Don`t copy text!
0 Shares
Share via
Copy link
Powered by Social Snap