อนุกรรมาธิการกีฬาฯ ชงผู้ว่า กกท.ใช้ พ.ร.บ.กีฬาฯ

อนุกรรมาธิการกีฬาฯ ชงผู้ว่า กกท.ใช้ พ.ร.บ.กีฬาฯเปิดโอกาสนักกีฬา-บุคลากรทางกีฬา ได้ กู้และยืมเงินจากกอวทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

ส.ส.บุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเปิดเผยว่า ดร.เอกการ ซื่อทรงธรรม ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามผลกระทบทางด้านการกีฬาเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ ครั้งที่ 5 วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (สผ.) 408 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมีคณะอนุกรรมาธิการกีฬาและที่ปรึกษาฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้มีการพิจารณาศึกษา “ขอบเขตการช่วยเหลือและเยียวยานักกีฬาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558” และ “มาตรการการดูแลนักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)” โดยเชิญ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุม
โดยผู้ว่า กกท.ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า เนื่องจากสถานการณ์ COVID – 19 ทำให้บุคลากรในวงการกีฬาได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยได้มีการประชุมเพื่อหามาตรการการเยียวยาสำหรับนักกีฬาและบุคลากรกีฬา แต่อาจจะมีความล่าช้า เนื่องจากเป็นภารกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นและยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงได้มีการนำเสนอข้อมูลแก่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (Board กกท.) ให้พิจารณา ซึ่งมีประเด็นที่ต้องตีความข้อกฎหมายจากคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงเกิดความล่าช้า โดยสรุปข้อมูล การช่วยเหลือนักกีฬาและบุคลากรกีฬา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid -19 คือคาดว่าจะเริ่มต้นการให้นักกีฬามวยและบุคลากรกีฬามวย เบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 ตามจำนวนที่ผ่านเกณฑ์ตรวจสอบสิทธิ์ จำนวน 1,185 คน วงเงิน 20,445,000 บาท และให้นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ เบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ ภายในเดือนตุลาคม 2563 เนื่องจากต้องรอการประกาศระเบียบรองรับฯ ในราชกิจจานุเบกษาฯ ตามจำนวนที่ผ่านเกณฑ์ตรวจสอบสิทธิ์ จำนวน 1,390 คน วงเงิน 20,850,000 บาท นอกจากนั้น ยังได้จัดงบประมาณช่วยเหลือสโมสรและชมรมกีฬา ไทยลีก 1 ไทยลีก 2 ไทยลีก 3 วงเงิน 153 ล้านบาท และจะพิจารณาช่วยเหลือสมาคมกีฬาต่าง ๆ ตามการร้องขออีกส่วนหนึ่ง

คณะอนุกรรมาธิการ ได้เสนอแนวทางในการช่วยเหลือนักกีฬา บุคลากรกีฬา และนักกีฬา
คนพิการ ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากยิ่งขึ้น โดยเสนอให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ใช้อำนาจที่มีพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 รองรับไว้แล้วอย่างเต็มที่ เช่น “การให้กู้ ให้ยืม” ตามมาตรา 8 และ มาตรา 9 “การสงเคราะห์นักกีฬา” ตามมาตรา 42 (6) “การให้ทุน ทรัพย์สิน หรือสิทธิประโยชน์อื่น ในการส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬา” ตามมาตรา 33 เป็นต้น ซึ่งผู้ว่า กกท.ได้รับที่จะนำเสนอประเด็นนี้ต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องเข้า Board กกท. เพื่อเสนอให้ Board กกท.พิจารณาเห็นชอบ และจะได้ดำเนินการออกระเบียบฯ ข้อบังคับฯ รองรับการปฏิบัติต่อไป โดยคณะอนุกรรมาธิการเชื่อมั่นว่า ความกล้าในการใช้กฎหมายในครั้งนี้ จะเป็นความสง่างามของผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และจะเกิดประโยชน์ต่อวงการกีฬาอย่างแท้จริง

นอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีการพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการแข่งขันกีฬา
ตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมด้านการกีฬา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด เพราะยังไม่มีความชัดเจนในการปฏิบัติ ซึ่งสร้างผลกระทบเป็นอย่างมากต่อวงการกีฬาในปัจจุบัน โดยที่ประชุมได้มีมติให้เรียนเชิญ พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธาน คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการในการจัดการแข่งขันกีฬาทุกชนิด ในการประชุมคราวต่อไป.

Share via
Copy link
Powered by Social Snap