กาฬสินธุ์สุดช้ำผู้สูงอายุร้องถูกหลอกนำบัตร ปชช.ไปแลกซื้อโทรศัพท์ แลกเงิน 100 บาท (ชมคลิป)

กลุ่มผู้สูงอายุบ้านหนองหว้า ตำบลหนองกุงศรี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ สุดงงได้รับใบแจ้งหนี้ทวงค่าซื้อโทรศัพท์ พร้อมโปรฯรายเดือนคนละกว่า 3 พันบาท และหนังสือจากสำนักกฎหมายจะยื่นฟ้องดำเนินคดีในวันที่ 9 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ทั้งๆที่ไม่มีใครได้ใช้โทรศัพท์หมายเลขดังกล่าว คาดถูกคนหลอกนำบัตรประชาชนไปทำธุรกรรมจนกลายเป็นหนี้ รวมตัวปรึกษาผู้นำชุมชนและวอนขอความช่วยเหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ชาวบ้านหนองหว้า ม.9 ต.หนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ รวมตัวกันที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน เพื่อขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อมวลชน หลังได้รับหนังสือทวงหนี้จากสำนักงานกฎหมายจากของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเรียกเก็บเงินค่าบริการรายเดือนเฉลี่ยรายละ 3,299 บาท ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีอาชีพและไม่มีรายได้ มีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเท่านั้น จึงไม่มีเงินจ่าย และกำลังจะถูกฟ้องร้อง

โดยในหนังสือกำหนดส่งฟ้องดำเนินคดีในวันที่ 9 ธันวาคม 2563 นี้ เบื้องต้นที่บ้านหนองหว้า ม.9 มีผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อมากกว่า 35 ราย คาดว่าสาเหตุเกิดจากเมื่อประมาณปี 2562 ที่ผ่านมา มีบุคคลในหมู่บ้านอ้างว่าเป็นพนักงานร้านขายโทรศัพท์มาขอบัตรประชาชนของชาวบ้านไป โดยเลือกเอาเฉพาะผู้สูงอายุ ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง และให้ค่าตอบแทนคนละ 100 บาท กระทั่งล่าสุดชาวบ้านทุกคนได้รับหนังสือทวงหนี้และกำลังถูกฟ้องดำเนินคดีดังกล่าว

นายประสงค์ จันทร อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 9 บ้านหนองหว้า กล่าวว่า คาดว่าสาเหตุที่ตนและชาวบ้านได้รับหนังสือทวงหนี้และกำลังจะถูกฟ้องดำเนินคดีนั้น น่าจะเกิดจากเมื่อช่วงประมาณปี 2562 ที่ผ่านมา มีบุคคลในหมู่บ้าน ซึ่งอ้างว่าเป็นพนักงานร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่งในตัว อ.หนองกุงศรี ได้มาขอยืมบัตรประชาชนของตน และเพื่อนบ้านหลายคนไป เพื่อไปลงทะเบียนแลกโทรศัพท์ฟรี โดยจะให้ค่าแลกเปลี่ยนคนละ 100 บาท ซึ่งทุกคนก็ให้ไป ด้วยความเชื่อใจ เนื่องจากบุคคลดังกล่าว ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด เป็นลูกสะใภ้หลานสะใภ้ของหมู่บ้าน โดยยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร

นายประสงค์ กล่าวอีกว่า กระทั่งเรื่องผ่านมานาน จนปัจจุบันตนได้รับหนังสือทวงหนี้ ซึ่งระบุว่าจากสำนักงานกฎหมาย จากบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเรียกเก็บเงินจากตน 3,299 บาท ซึ่งตนก็รู้สึกมึนงงอย่างมาก เพราะไม่ได้ใช้โทรศัพท์สมัครรายเดือน และไม่ได้ซื้อโทรศัพท์ แต่พอไปถามเพื่อนในหมู่บ้านทุกคนก็ได้รับหนังสือทวงหนี้เช่นเดียวกัน จึงทำให้รู้ว่าถูกหลอกเอาบัตรประชาชนไปทำอะไรสักอย่าง แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่เงินใช้หนี้ได้ทัน เพราะแต่ละคนเป็นผู้สูงอายุ ผู้เฒ่า ผู้แก่ ไม่มีรายได้ ไม่มีงานทำ มีเพียงเบี้ยยังชีพจากรัฐบาลเดือนละ 500-600 บาท จึงไม่มีเงินไปจ่าย ทั้งนี้ทราบว่าหากไม่จ่ายหนี้ทางบริษัทจะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีทุกคน เรื่องดังกล่าวทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนและเป็นทุกข์ใจอย่างมาก หลายคนถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะอยู่ๆก็เป็นหนี้ทั้งที่ตนเองไม่ก่อขึ้น และอาจจะถูกดำเนินดี ติดคุกตอนแก่ จึงอยากวอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากเชื่อว่าผู้สูงอายุทุกคนถูกหลอกจนเป็นหนี้ดังกล่าว ซึ่งหลายคนเข้าไปแจ้งความกับตำรวจแล้ว

ด้านนายสุทธิพงษ์ แมงไธสง ผู้ใหญ่บ้านหนองหว้า หมู่ 9 กล่าวว่า สำหรับกรณีเหตุการณ์นี้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูง และหลายคนอยู่บ้านลำพัง ก่อนจะถูกคนมาหลอกเอาบัตรประชาชนไปแล้ว ล่าสุดก็ได้รับหนังสือทวงหนี้รายละ 3,299 บาท ทำให้เดือดร้อนอย่างมาก เพราะทุกคนไม่มีเงินไปจ่ายและจะต้องโดนฟ้องร้องทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นคนไปซื้อ แต่โดนหลอก ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหนังสือและสอบถามผู้นำชุมชนในหลายหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียง คาดว่าอาจจะมีชาวบ้าน ซึ่งเป็นผู้สูงอายุได้รับหนังสือทวงหนี้จากแหล่งเดียวกัน ในลักษณะเดียวกันอีก เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ จึงประกาศเสียงตามสายให้ผู้สูงอายุที่ได้รับหนังสือดังกล่าว เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองกุงศรีไว้เป็นหลักฐาน

ขณะะที่ พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ วีระศิริ ผกก.สภ.หนองกุงศรี กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว เบื้องต้นได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนแล้ว หลังจากสอบถามที่มาที่ไปแน่ชัดจึงรายงานไปยัง พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ทราบตามลำดับชั้น ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู พนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี ดูแลคดีนี้อย่างรัดกุม และให้ความเป็นธรรมที่สุด เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน และคาดว่าจะมีผู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

ด้าน พ.ต.ท.นลิตร ทินภู พนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี กล่าวว่า เบื้องต้นมีชาวบ้านที่อ้างว่าได้รับความเดือดร้อน จากกรณีมีจดหมายทวงหนี้และหนังสือจะยื่นฟ้องจากสำนักกฎหมายของบริษัทโทรศัพท์ดังกล่าว มาแจ้งความไว้จำนวน 13 ราย ซึ่งระบุถูกบุคคลมาหลอกในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ จากการประเมินพฤติการณ์และได้รับทราบจากสายข่าวในพื้นที่ ระบุว่าน่าจะมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 2 ราย และมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามหลังจากรวบรวมพยานหลักฐาน ก็จะออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Share via
Copy link
Powered by Social Snap