กาฬสินธุ์เตรียมเรียกเจ้าของบัญชีสองสามี

ภรรยาโอนเงินเข้าสอบพบมีสองชื่อซ้ำกัน
ตำรวจสภ.นากุง จังหวัดกาฬสินธุ์เร่งทำหนังสือประสานไปยังธนาคาร เพื่อตรวจสอบเจ้าของบัญชีที่สองสามีภรรยาโอนเงิน 2 หมื่นบาท หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพโทรศัพท์ปลอมเป็นลูกชายหลอกว่าถูกตำรวจจับยาคดีเสพติดขอเงินแลกกับการปล่อยตัว เบื้องต้นพบชื่อคนในบัญชีธนาคารที่โอนทางโทรศัพท์ซ้ำกัน 2 คน พร้อมเตรียมออกหมายเรียกมาสอบปากคำ

จากกรณีนายดำรงค์ ศิริวัฒน์ อายุ 62 ปี และนางทองไหม ศิริวัฒน์ อายุ 59 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.7 บ้านเลิงทุ่ม ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เข้าพบ พ.ต.อ.แมน ศิริฉาย ผกก.สภ.นากุง และ พ.ต.ท.บรรลือ ภูฉายา พนักงานสอบสวน สภ.นากุง เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้าย ที่ก่อเหตุโทรศัพท์มาเลียนเสียงปลอมเป็นลูกชายมาหลอกว่าถูกตำรวจจับกุมคดียาเสพติด ขอให้โอนเงินจำนวน 2 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว พร้อมพูดจาหว่านล้อมต่างๆ จนทำให้ทั้งสองคนหลงเชื่อยอมโอนเงินไปให้ตามคำขอ สุดท้ายเกิดเอะใจโทรศัพท์ไปถามลูกชายตัวจริงจึงว่าถูกหลอก โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 พ.ต.อ.แมน ศิริฉาย ผกก.สภ.นากุง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นพบว่า สองสามีภรรยานั้นได้นำเอาเงินสดจำนวน 2 หมื่นบาทไปฝากให้ญาติโอนเงินทางโทรศัพท์ โดยมีเลขที่บัญชีและชื่อขึ้นบอกชัดเจน ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า ชื่อและนามสกุลของบัญชีที่โอนเงินเข้าไปนั้น มีชื่อและนามสกุลซ้ำกัน 2 คน อยู่ที่ จ.อุบลราชธานีทั้งสอง ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการทำหนังสือทางราชการไปยังธนาคาร เพื่อขอตรวจสอบว่าเลขที่บัญชีดังกล่าวเป็นของบุคคลใด ก่อนที่จะออกหมายเรียกมาสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับดังกล่าวหรือไม่

พ.ต.อ.แมน กล่าวอีกว่า สำหรับเบอร์โทรศัพท์ที่คนร้ายโทรเข้ามานั้นก็อยู่ระหว่างการประสานงานกับบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ เพื่อขอตรวจสอบชื่อผู้ใช้เจ้าของเบอร์เช่นกัน อย่างไรก็ตามภายหลังที่สองสามีภรรยาโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารดังกล่าวแล้ว ต่อมาไม่นานก็ทราบว่าถูกหลอก จึงเร่งประสานไปยังธนาคารที่โอนเงินเข้าภายในคืนนั้น แต่ก็พบว่า เงินจำนวน 2 หมื่นบาทที่โอนเข้าไป ถูกโอนต่อไปยังบัญชีอื่นหลังโอนเข้าไม่ถึง 20 นาที ซึ่งคาดว่าขบวนการดังกล่าวน่าจะมีการวางแผนการเอาไว้แล้ว เพราะมีการโอนเงินต่อทันที

ด้านนางทองไหม ศิริวัฒน์ อายุ 59 ปี กล่าวว่า วันเกิดเหตุนอกจากสามีจะได้พูดคุยสายกับคนร้ายแล้ว ตนก็ยังได้พูดคุยด้วยเช่นกัน ซึ่งน้ำเสียงนั้นคล้ายกับลูกชายคนเล็กของตนอย่างมาก อีกทั้งยังทราบข้อมูลหลายเรื่องๆของตนและสามี จึงทำให้ตนหลงเชื่อ แต่ไม่คิดว่าจะถูกหลอกในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามอยากให้ตำรวจติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้ได้ เพราะจะได้ไม่ไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก

You may have missed

Share via
Copy link
Powered by Social Snap