กาฬสินธุ์ปิดโรงเรียน 38 แห่งลดความเสี่ยงป้องกันเชื้อโควิด-19


ผู้อำนวยการโรงเรียนในจังหวัดกาฬสินธุ์รวม 38 แห่ง ประกาศปิดการเรียนการสอน 1 สัปดาห์ เพื่อเฝ้าระวังลดความเสี่ยงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ด้านผู้ว่าฯกาฬสินธุ์จัดกำลัง 4 ทหารเสือตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงที่กลับมาเยี่ยมบ้านในเทศกาลปีใหม่ จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามรองรับสถานการณ์ ย้ำขอความร่วมมือประชาชน เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก หมั่นมาล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและใช้ Application ไทยชนะอย่างเคร่งครัด ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อใหม่ระลอกสอง ลุ้นผลตรวจผู้เสี่ยงสูง 6 ราย ในเขตอำเภอหนองกุงศรีหลังสัมผัสและใกล้ชิดชายวัย 25 ปีมาจากจังหวัดระยองเยี่ยมญาติแล้วกลับไปตรวจพบติดเชื้อโควิด-19

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1/2564 ที่ห้องประชุมฟ้าแดดสงยาง ชั้น 2 ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา โดยนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีนายเลิศบุศย์ กองทอง รองผวจ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รองผวจ.กาฬสินธุ์ นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย ลิมานนท์ สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ นายธนทร ศรีนาค หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ และคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม

โดยนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีการพิจารณาเรื่องประกาศ จ.กาฬสินธุ์ ตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพุทธศักราช 2548 โดยได้มีการหารือถึงมาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อป้องกันระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ แม้ จ.กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง ยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่ยังคงต้องใช้มาตรการ อย่างเต็มขีดความสามารถ ทั้งการเว้นระยะห่าง การสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อย ๆ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และใช้ Application ไทยชนะ ในการเข้า-ออกสถานที่หรือ Application หมอชนะ

นายทรงพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จ.กาฬสินธุ์ ยังได้ใช้กลไกของ 4 ทหารเสือ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทุกอำเภอ ออกเคาะประตูบ้าน ตรวจคัดกรองคนที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการเดินทางกลับที่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เพื่อให้คำแนะนำในการกักตัวสังเกตอาการ ที่สำคัญ ขอให้แจ้งข้อมูลที่เป็นจริงกับเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ นายเพิ่มพูน พงษ์พวงเพชร ศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1,2 และ 3 ยังได้รายงานเรื่องการปิดสถานศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 38 แห่ง โดยเป็นการปิดสถานศึกษาเนื่องจากเหตุพิเศษ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย โดยเบื้องต้นกำหนดปิดทำการเรียนการสอน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ทางโรงเรียนจะทำการสอนชดเชยให้กับนักเรียนหลังสถานการณ์เป็นปกติ ตามประกาศของกระทรงมหาดไทย (ศบค.)

ด้านนายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ได้เตรียมโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด- 19 โดยเตรียมแผนรองรับหากมีผู้ป่วยจำนวนมาก ไว้ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ อาคารศาลากลางหลังเก่า และอาคารโรงอาหาร ศาลากลางหลังใหม่ พร้อมจัดเตรียมบุคคลากรและอุปกรณ์ต่างๆด้วย

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าสถานการณ์ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ล่าสุดยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ในการระบาดรอบที่ 2 นี้ แต่เพื่อการป้องกันเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ส่งตัวกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 6 ราย ในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์เข้าตรวจหาเชื้อ หลังพบว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดและสัมผัสกับชายวัย 25 ปี ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ระยอง มาเยี่ยมญาติที่ อ.หนองกุงศรีในช่วงปีใหม่ แล้วเดินทางกลับไปทำงานตามเดิมและตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก เพราะทั้งหมดยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นผู้ป่วย เนื่องจากยังคงรอผลตรวจ พร้อมแนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเองให้ดีที่สุด

Share via
Copy link
Powered by Social Snap