กาฬสินธุ์พบพระป่าปลงสังขารต่อชีวิตในโลงศพไม้ฟ้าผ่า

พบเจ้าอาวาสวัดวัย 56 ปี ที่วัดกลางหุบเขา เขตเทือกเขาภูพาน อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าไปนั่งวิปัสสนาและจำวัดในโลงศพ ที่ทำจากไม้สักทอง เผยลูกศิษย์ไปตัดต้นที่ถูกฟ้าผ่ามาแปรรูป และต่อเป็นโลงศพ ตกแต่งสวยงาม เป็นเคล็ดลับต่อชะตา เอาชนะไข้มาลาเรีย และโรคประจำตัวหายเป็นปลิดทิ้ง ญาติโยมมาเห็นต่างทึ่ง เชื่อเป็นสิ่งอัศจรรย์ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่เชื่อไม่ลบหลู่

วันที่ 14 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมสถิตย์ บ้านท่างาม หมู่ 6 ต.สำราญ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ใช้โลงศพเป็นสถานที่นั่งวิปัสสนากรรมฐานและจำวัด ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดและไม่ค่อยจะมีให้พบเห็นนัก เพราะโดยทั่วไปจะปฏิบัติธรรมและจำวัดภายในกุฏิ นานๆครั้งถึงจะมีข่าวทำนองนี้ให้ได้ยินสักครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์นั้น นับเป็นครั้งแรกที่ได้ยินข่าวว่ามีพระเข้าในนั่งวิปัสสนาและจำวัด หรือเข้าไปนอนในโลงศพ ทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดป่าธรรมสถิตย์ ตามที่ได้รับแจ้ง ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปตามถนนลูกรังในเขตเทือกเขาภูพาน รอยต่อระหว่าง อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี กับ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ การเดินทางเป็นไปอย่างลำบาก เนื่องจากถนนที่ตัดเข้าไปทั้งคับแคบและขรุขระ มีหลุมบ่อและก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ สลับกันเป็นระยะๆ บางช่วงลาดต่ำ บางช่วงสูงชัน หากเป็นรถเก๋ง หรือรถยนต์โหลดเตี้ย คงไม่สามารถแล่นเข้าไปได้ หรือหากฝนตกลงมา ก็จะเป็นอุปสรรคในการเดินทางเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พบพระอาคม จนฺทาคโม อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมสถิตย์ ซึ่งเก็บรักษาโลงศพไว้บนศาลารับรอง ใช้ผ้าจีวรคลุมไว้เพื่อป้องกันฝุ่นละออง ทั้งนี้ พระอาคมได้ยืนยันว่า เป็นเรื่องจริง ที่ตนเข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานและจำวัดภายโลงศพไม้สักทองดังกล่าว ซึ่งจะปฏิบัติในคืนวันพระหรือเดือนละ 4 คืนเท่านั้น ส่วนคืนวันที่เหลือก็จำวัดบนกุฎิตามปกติ
พระอาคมกล่าวอีกว่า โลงศพที่ตนเข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานและจำวัดดังกล่าว สร้างจากไม้สักทอง ซึ่งลูกศิษย์คนหนึ่งนำมาถวาย โดยนำต้นสักทองที่ถูกฟ้าผ่าและยืนต้นตาย มาเลื่อยและแปรรูป ต่อเป็นโลงศพไม้ ขัดผิวให้เรียบตกแต่งลวดลายนิดหน่อย และทาแลคเกอร์ เป็นมันเงาวาววับ และป้องกันมอด ปลวก กัดทำลาย ทั้งนี้ ทั้งลูกศิษย์คนดังกล่าวและตน มีความเชื่อเหมือนกัน คือ ไม้สักทองที่ถูกฟ้าผ่าและยืนต้นตาย ถือเป็นสิ่งมงคล เมื่อนำมาต่อเป็นโลงศพและเข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน จะทำให้เกิดสมาธิ และยังเป็นการปลงสังขาร ระลึกถึงวัฏสงสารของสรรพชีวิต ที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งทุกคนทุกชีวิตที่เกิดมา ไม่ว่าจะยากดีมี จนล้วนพบจุดจบที่เดียวกันคือโลงศพ

พระอาคมกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่า ไม้สักทองที่ตายแล้วซึ่งก็หมายถึงการสิ้นสุดของชีวิต เมื่อนำมาต่อเป็นโลงศพและเข้าไปประกอบกิจดังกล่าว จึงเป็นเคล็ดลับที่ช่วยต่อชะตา ให้อายุยืนยาว เนื่องจากวัสดุที่ใช้ทำโลงศพได้ผ่านความตายมาแล้ว ทั้งนี้ จากประสบการณ์ของตนเองยังพบว่า อาการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยไข้มาลาเรียและอาการเจ็บปวดตามร่างกาย ได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง ตั้งแต่เข้าไปจำวัดหรือนอนในโลงศพ ในรอบ 2 เดือน ที่ลูกศิษย์นำมาถวาย หรือเพิ่งเข้าไปนอนเพียง 8 คืนเท่านั้นเอง

“อีกเหตุผลหนึ่งที่ลูกศิษย์มีความคิดที่จะต่อโลงศพถวายให้ตนคือ เดิมตนเป็นไข้มาลาเรีย และเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ การที่จะไปตรวจรักษากับหมอที่คลินิก หรือสถานพยาบาลในอำเภอ หรือหมอจะเดินทางมาให้การรักษาที่วัดก็ไม่สะดวก เพราะถนนหนทางไปมาลำบากมาก การมีโลงศพให้เข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานเพื่อปลงสังขารและจำวัดดังกล่าว จึงเป็นการรักษาโรคภัยไข้เจ็บไปในตัว ซึ่งตามประสบการณ์โดยตรงก็เห็นว่าได้ผลดี ทั้งนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล” พระอาคมกล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการที่พระอาคม จนฺทาคโม เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมสถิตย์ เข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานเพื่อปลงสังขารและจำวัด ในโลงศพไม้สักทองทุกวันพระ หรือเดือนละ 4 ครั้งดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าทำให้หายจากอาการเจ็บป่วยจากไข้มาลาเรียและโรคประจำตัวดังกล่าว ทำให้ญาติโยมที่มาทำบุญต่างทึ่ง เชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ และจะคิดไม่ลบหลู่โดยเด็ดขาด

Share via
Copy link
Powered by Social Snap