กาฬสินธุ์สุขปนเศร้าเจ้าสาวเตือนภัยไฟไหม้บ้านวอดวันแต่งงาน

สุขปนเศร้าเจ้าสาวชาวอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าพิธีวิวาห์ทั้งน้ำตาไฟไหม้บ้านในวันแต่งงาน โพสต์เตือนภัยเป็นอุทาหรณ์ตรวจสอบหมอไฟฟ้าหากบ้านมีพิธีใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Nui Kusuma โพสต์รูปภาพไฟไหม้บ้านและภาพพิธีงานแต่งงาน พร้อมข้อความในลักษณะเล่าประสบการณ์และเตือนเป็นอุทาหรณ์ ระบุว่า สวัสดีค่ะ วันนี้อยากเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ให้เพื่อนๆที่กำลังจะจัดงานแต่งดูเป็นอุทาหรณ์ เรื่องเกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อวานนี้เป็นวันแต่งงาน แต่งตัวยังไม่ทันเสร็จได้เกิดไฟไหม้บ้านจากที่ฟังจากทุกคนในที่เกิดเหตุ ไฟไหม้เร็วมากไม่ถึง 2 นาที ไฟลามลงมาด้านล่าง สุดท้ายคือเอาอะไรไม่อยู่เลย เพื่อนๆที่กำลังจะจัดงานระวังเรื่องการใช้ไฟฟ้าด้วยนะคะ อยากให้ตรวจสอบกันดีๆหรือไม่ก็ให้ทางการไฟฟ้ามาประเมินการใช้ไฟว่าหมอไฟเพียงพอสำหรับการใช้ไหม ระวังกันด้วยนะคะจากประสบการณ์จริง ซึ่งหลังจากมีการโพสต์ภาพและข้อความออกไปทำให้ชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าสาวและเจ้าบ่าวที่มีความสุขในวันแต่งงานแต่กลับเศร้าในวันเดียวกัน เนื่องจากไฟไหมบ้าน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 443 ม.1 ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานและเป็นบ้านหลังเกิดไฟไหม้ในวันเดียวกัน โดยได้พบกับนางสาวกุสุมา นาคทองอินทร์ อายุ 25 ปี เจ้าสาว ซึ่งเป็นผู้ที่โพสต์ภาพและข้อความเตือนภัย และเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ นายวีระชัย นาคทองอินทร์ อายุ 53 ปี และนางสุวรรณี อมรพลัง อายุ 50 ปี พ่อและแม่ของนางสาวกุสุมา
โดยนางสาวกุสุมา นาคทองอินทร์ อายุ 25 ปี เจ้าสาว กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ตนโพสต์นั้นเกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งวันนั้นเป็นวันแต่งงานของตน ซึ่งในช่วงเช้าญาติได้จัดเตรียมงาน โต๊ะ เก้าอี้ ไว้ต้อนรับแขกพร้อมแล้ว ซึ่งตนและเจ้าบ่าวกำลังแต่งหน้าเพื่อเข้าพิธีงานแต่ง แต่อยู่ๆญาติและเพื่อนบ้านก็พากันร้องตะโกนว่าไฟไหม้ ทำให้ทุกคนต้องช่วยกันดับแต่ไม่สามารถดับไฟได้ เนื่องจากไฟที่ลุกไหม้ชั้น 2 ของบ้านที่เป็นไม้อย่างรวดเร็ว จึงแจ้งหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยแต่ก็ไม่ทันการณ์บ้านถูกไหไหม้เสียหายทั้งหมด

นางสาวกุสุมา กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเร็วมากไม่มีใครตั้งตัวทัน ซึ่งตนไม่คิดเลยว่าวันที่ตนแต่งงาน ซึ่งเป็นวันที่มีความสุขของชีวิต จะปนความเศร้าของตนและญาติไปด้วย ซึ่งหลังเพลิงไหม้สงบลง ก็ได้ย้ายสถานที่จัดงานแต่งที่บ้านของตนไปทำพิธีต่อที่บ้านของนายกษมา ราชามุสิกะ อายุ 25 ปี เจ้าบ่าวอยู่ที่ ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ ห่างออไปประมาณ 10 กม. และหลังเกิดเหตุจึงได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปโพสต์ เพื่อเตือนภัยและเป็นอุทาหรณ์ ให้กับคนที่กำลังจะจัดงานต่างๆให้ระมัด ระวัง เรื่องการใช้ไฟฟ้า อยากให้ตรวจสอบ หรือให้ทางการไฟฟ้ามาประเมินการใช้ไฟว่าหม้อไฟของบ้านเพียงพอสำหรับการงานหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุมีคนให้กำลังใจจำนวนมาก ซึ่งทางครอบครัวของนางสาวกุสุมาได้ขอบคุณหน่วยงานต่างๆทั้งเหล่ากาชาด อำเภอ สำหนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังเปิดบัญชีรับบริจาคเลขที่ 020343804884 ธนาคารออมสิน สาขากุฉินารายณ์ ชื่อบัญชีนางสาวกุสุมา นาคทองอินทร์ หรือโทร 082-8525715 รวมทั้งผู้ที่ให้กำลังใจในครั้งนี้

ด้านนางสุวรรณี อมรพลัง อายุ 50 ปี แม่นางสาวกุสุมากล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุนั้น เวลาประมาณ 07.00 น. มีญาติผู้ใหญ่หลายคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ กำลังเตรียมสถานที่บายศรีสู่ขวัญเจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่บริเวณชั้นล่าง และมีการเปิดเครื่องขยายเสียง โดยช่างควบคุมเครื่องไฟได้เปิดเพลงไปประมาณ 3 เพลง ขณะที่ตนอาบน้ำแล้วก็ขึ้นไปสวมใส่เสื้อผ้าบนชั้นสองของบ้าน จากนั้นก็จะลงมารับแขกที่มาร่วมงานมงคลสมรสลูกสาว ก็มองเห็นประกายไฟสีแดงอยู่ตรงกลางเสาเรือนซึ่งเป็นเสากลาง ทำให้ตนรู้สึกช็อค เข่าอ่อนแทบทรุด จะร้องตะโกนบอกเหตุให้คนอื่นรู้ว่าไฟไหม้ก็ร้องไม่ออก จึงค่อยๆเดินลงบันไดมา และบอกสามีว่าไฟๆ และชี้ขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ก่อนที่สามีจะวิ่งขึ้นไปดูและวิ่งลงมาหาถังตักน้ำขึ้นไปดับไฟ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ได้ ทั้งนี้ ก่อนเห็นประกายไฟ ตนไม่ได้ยินเสียงไฟฟ้าช็อตหรือกลิ่นไหม้อะไรเลย

ด้านนายวีรชัย นาคทองอินทร์ อายุ 53 ปี พ่อนางสาวกุสุมากล่าวว่า ทีแรกตนฟังเข้าใจว่านางสุวรรณีร้องบอกว่าไฟคืออะไร เพราะเห็นท่าทางตกใจมาก จึงวิ่งขึ้นไปดู ก็เห็นประกายไฟลุกไหม้ที่หลังคาบ้านแล้ว และบางส่วนสะเก็ดไฟลามไหม้กองเสื้อผ้า สมุด หนังสือของลูกหลาน ที่กองรวมกันอยู่ ตนจึงรีบวิ่งลงมาหาถังตักน้ำขึ้นไปสาดเพื่อดับไฟ แต่สาดน้ำใส่ไฟ กลับยิ่งทำให้เปลวไฟลุกกระพือรุนแรงขึ้น บางส่วนยังกระเด็นมาถูกร่างกายเป็นแผลพุพอง ขณะที่ญาติคนหนึ่งได้วิ่งขึ้นมาอุ้มหลานชายที่กำลังนอนหลับอยู่ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บ ถูกไฟไหม้ที่โหนกแก้มขวา

นายวีรชัยกล่าวอีกว่า เมื่อเกิดไฟโหมไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าจะควบคุมไฟได้ จึงได้โทรแจ้งหน่วยดับเพลิงเทศบาลเมืองบัวขาว แต่เนื่องจากเป็นบ้านไม้และมีกองเสื้อผ้า สมุด หนังสือ จำนวนมากซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไฟจึงลุกไหม้บ้านวอดทั้งหลังอย่างรวดเร็ว ทรัพย์สินเสียหายหมด เช่น ทีวี 4 เครื่อง ตู้เย็น 2 ตัว มือถือ 2 เครื่อง ความเสียหายประมาณ 5 แสนบาท อย่างไรก็ตาม สำหรับสาเหตุไฟไหม้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

You may have missed

Share via
Copy link
Powered by Social Snap